แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อนิเมะ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อนิเมะ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

20th Century Boys เมื่อการเล่นสนุกของ"เพื่อน"นั้นเลยเถิด




หลังจากสังเกตว่า blog เรามันชื่อ learning-anime แต่ดันไม่มีเรื่องอนิเมะหรือการ์ตูนเลยนี่หว่า จึงต้องขอนำเอาหนังฟอร์มยักษ์ที่สร้างมาจากหนังสือการ์ตูนที่กวาดรางวัลมาแล้วหลายรางวัล เช่น

รางวัลการ์ตูนยอดเยี่ยมครั้งที่ 48 จาก โชงะกุกัง
รางวัลชนะเลิศในงาน Media Arts ครั้งที่ 6 ของทบวงวัฒนธรรมญี่ปุ่น
รางวัลการ์ตูนยอดเยี่ยมครั้งที่ 25 จาก โคดันฉะ

ซึ่งการ์ตูนเรื่องที่กล่าวถึงก็คือ "20th Century Boys" ซึ่งเขียนโดยอาจารย์นาโอกิ อุรุซาวา และตีพิมพ์เป็นการ์ตูนในไทยภายใต้ชื่อ "แก๊งค์นี้มีป่วน" นั่นเอง




เรื่องราวย่อๆมีอยู่ว่า




เด็กน้อยกลุ่มหนึ่ง ซึ่งนำโดย เอนโด เคนจิ ได้สร้างฐานทัพลับในทุ่งหญ้าแห่งหนึ่ง และได้มีการสร้างสัญลักษณ์ของกลุ่มและวางแผนการก่อการร้ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การใช้อาวุธชีวภาพ และใช้หุ่นยนต์ยักษ์ถล่มเมือง เป็นต้น เพื่อที่ว่าเมื่อโลกตกอยู่ในวิกฤตจนถึงที่สุดแล้ว เหล่ากองกำลังของเคนจิ จะออกมาเพื่อพิทักษ์โลกใบนี้เอง


วันเวลาผ่านไป เหล่าเด็กน้อยที่สนุกสนานกับการคิดแผนการพิทักษ์โลกที่ตนสร้างนั้น ก็ได้เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ และลืมเรื่องราวนั้นจนหมด จนแล้ววันหนึ่ง แผนการร้ายที่เคยคิดกันนั้น กลับเป็นความจริงขึ้นมา เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสปริศนาทั่วทุกมุมโลก โดยชายที่อ้างชื่อว่า "เพื่อน" ทำให้ผู้คนล้มตายเปนจำนวนมาก เคนจิจึงต้องรวบรวมพรรคพวกในสมัยเด็ก ที่รู้แผนการในครั้งนั้น มาช่วยกันพิทักษ์โลกใบนี้ พร้อมกับหาคำตอบว่า "เพื่อน" คือใครกันแน่




โดยส่วนตัวแล้ว ตัวผมยกย่องอาจารย์นาโอกิ อุราซาวา ผู้เขียนเรื่องนี้มาก เพราะเป็นนักเขียนที่มีพล๊อตเรื่องน่าสนใจ แหวกแนว และดึงดูดให้อ่านจนวางหนังสือไม่ลงเสมอ (ทั้งเรื่อง Monster คนปีศาจ และ Pluto ตามล่านักฆ่าแอนดรอยด์ ก็เช่นเดียวกัน)

ในเรื่อง 20th century boys นี้ ใช้การเล่าเรื่องสลับกันไปมาระหว่าง 3 ยุคสมัย แต่กลับมีความลื่นไหลในการนำเสนอ ค่อยๆคลายปมที่มัดไว้ทีละน้อย พร้อมกับผูกปมใหม่ให้ติดตามไปเรื่อยๆ และมีการแฝงปรัชญาและแนวคิดต่างๆอย่างแยบยล เช่น สิทธิของมนุษย์ที่ควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน (จากการเลือกแจกวัคซีนป้องกันภัยแก่คนส่วนน้อยที่ไปร่วมงานของ "เพื่อน" เท่านั้น) หรือการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นโดยไม่ต้องมีการนองเลือดแต่ใช้ดนตรีในการขับกล่อม(นึกถึงเรื่อง macross 7 ขึ้นมาบ้างไหมครับ)

การ์ตูนเรื่องนี้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนต์ฟอร์มยักษ์ ภายใต้ชื่อ"20th Century Boys มหาวิบัติ...ดวงตาถล่มล้างโลก" จากการที่เนื้อเรื่องมีความซับซ้อน ตัวละครหลากหลายมากมาย จึงยากที่จะรวบรวมให้กระชับได้ภายในตอนเดียว ทางผู้สร้างจึงต้องสร้างขึ้นมาทั้งหมด 3 ภาคด้วยกัน ด้วยทุนสร้างกว่า 6,000 ล้านเยน (โอ้วแม่เจ้า!!!) มีการถ่ายทำจากสถานที่ต่างๆทั่วโลก รวมทั้ง "ประเทศไทย" ด้วย

ภาพยนต์มีกำหนดเข้าฉายในประเทศไทยวันที่ 20 พฤศจิกายน 2551 ขอแนะนำว่า ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ทั้งขาประจำจากหนังสือการ์ตูน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งขาจรที่ไม่เคยอ่านการ์ตูนมาก่อน

เพราะคุณไม่มีทางเดาได้ ว่าเรื่องนี้จะจบลงยังไง


วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ทักทายกันก่อนตามฉบับญี่ปุ่น



ก่อนอื่นก็ต้องขอกล่าวคำสวัสดีสำหรับทุกท่านที่กำลังเยี่ยมชม blog ของผมอยู่นะครับ





จุดประสงค์หลักๆของ blog นี้คือการสอนภาษาญี่ปุ่นและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นผ่านอนิเมะนั่นเอง เนื่องจากตัวผู้เขียนเองก็ชอบดูอนิเมะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อดูนานเข้าก็เลยสนใจศึกษาเรื่องของภาษาและวัฒนธรรมของญี่ปุ่น หวังว่าจะมีประโยชน์กับผู้เยี่ยมชมทุกท่านนะครับ





เอาล่ะ เกริ่นมาพอสมควรแล้ว งั้นเราไปเริ่มกันก่อนเลยนะครับ



การทักทายของคนญี่ปุ่นนั้นจะแบ่งออกได้เป็น 3 ช่วงใหญ่ๆครับ เริ่มกันที่ช่วงเช้าก่อนเลยนะครับ

おはよう ございます。 ประโยคนี้อ่านว่า "โอฮาโย โกะไซมัส" แปลได้ว่า "อรุณสวัสดิ์" นั่นเอง มักจะพูดทักทายกันเวลาเจอเพื่อนที่โรงเรียนหรือที่ทำงานในตอนเช้า แต่ว่าในความเป็นจริงแล้ว เวลาเราทักทายเพื่อน เราคงไม่ทักทายอย่างเป็นทางการว่า "อรุณสวัสดิ์" ใช่ไหมครับ เราก็คงทักทายว่า "สวัสดี" เฉยๆซึ่งทางคนญี่ปุ่นเองเขาก็มีการลดคำลงมาเหมือนกันครับ กลายเป็น おはよう "โอฮาโย" แต่ถ้าเป็นพวกผู้ชายที่สนิทกันจริงๆนั้นเขาจะลดรูปลงไปอีกจาก "โอฮาโย" กลายเป็น "โอ๊ส" เหมือนเวลาเราทักเพื่อนๆว่า "ไง" หรือ "ดี" แทนคำว่าสวัสดีนั่นเอง แต่ผู้หญิงเขาจะไม่พูดว่า "โอ๊ส" กันหรอกนะครับ เพราะว่าจะดูไม่เป็นกุลสตรี >_< ส่วนมากผู้หญิงเลยพูดกันแค่ "โอฮาโย" แค่นั้นครับ

ไว้คราวหน้าเราจะมาพูดถึงการทักทายอีก 2 ช่วงที่เหลือนะครับ